กลับมาแล้วววว

posted on 12 Jan 2007 19:25 by k-nile  in DiaryMe

หายไปนานมากๆเลยอ่ะกับการเขียนบล็อก

วันนี้ว่าง(เหรอ) เลยเข้ามาอัพบ้าง

เด๋วจะกระเด็นออกจากการเปนสมาชิก 55+

กลับมาก็ยังคงคอนเส็บเดิมๆ

ตามสไตล์คนอกหัก ตลอดกาล ฮ่าๆ

"ตั้งแต่เธอเดินไปจากฉัน

ฉันก็ไม่สามารถรักใครมากเท่าเธอ"

วันนี้แค่นี้ก่อนละกัน ไว้มีเวลามากกว่านี้

จะเอาเรื่องราวดีๆ ของช่วงชีวิตที่ผ่านมา

มาร่วมแชร์ประสบการณ์กับเพื่อนๆแระกันคับ

เรื่องของจิ๊กซอว์

posted on 27 Aug 2006 13:27 by k-nile

บนโต๊ะตัวหนึ่งมีจิ๊กซอว์กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาด ยังไม่มีชิ้นไหนถูกปะติดปะต่อกันที่มุมโต๊ะด้านหนึ่ง จิ๊กซอว์2ตัวนอนสงบอยู่ใกล้ๆกัน ลวดลายของทั้งสองเป็นสีฟ้าอ่อนของท้องฟ้ายามเช้าเหมือนกัน คล้ายๆกับว่าจะเป็นจิ๊กซอว์ที่อยู่ข้างกันในรูปที่สมบูรณ์

จิ๊กซอว์ทั้งสองจึงค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าหากัน เริ่มหมุนตัวช้าๆเพื่อหามุมที่จะประสานกับอีกฝ่ายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ในส่วนเว้าของเราไปสอดรับกับส่วนโค้งของเขา หาส่วนเว้าแหว่งของเขามาส่วนป้านเมอะมะของเรา...ทั้งคู่พยายามอยู่อย่างนั้น

เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า จิ๊กซอว์ทั้งสองพยายามอย่างมากที่จะต่อกันให้สนิท มุมแล้วมุมเล่าที่ลองปรับ เหลี่ยมแล้วเหลี่ยมเล่าที่พยายามประสาน ไม่ครั้งไหนจะต่อกันได้สนิท ไร้ช่องว่างส่วนเกินเลย

สุดท้ายจิ๊กซอว์ตัวที่ใหญ่กว่าจึงยอมแพ้ เคลื่อนตัวจากไป จิ๊กซอว์ตัวเล็กกว่าร้องเรียกด้วยเสียงโศกเศร้า

"เธอจะไปไหน ฉันทำอะไรผิดเหรอ เธอจึงต้องจากฉันไป ฉันไม่ดีตรงไหน ทำไมเธอต้องยอมแพ้แบบนี้ด้วย เธอไม่สงสารฉันเลยหรือ ไม่เสียดายวันเวลาที่เราพยายามที่จะประสานให้เป็นหนึ่งเดียวกันเหรอ"

จิ๊กซอว์ตัวใหญ่หันมาด้วยสีหน้าปวดร้าว เอ่ยเสียงเรียบ

"ทำไมเธอถึงคิดว่าเธอทำผิด การที่เราต่อกันเป็นชิ้นเดียวไม่ได้ มันไม่ใช่ความผิดของเธอ ไม่ใช่ความผิดของฉัน เพียงเพราะว่าเราไม่ได้เป็นจิ๊กซอว์ที่ถูกออกแบบให้มาอยู่ข้างกันก็เท่านั้น และฉันกำลังยอมรับมันด้วยความเจ็บปวด ฉันเสียใจที่ทำเธอบอบช้ำจากการที่เราพยายามดัดตัวเองให้ประสานกับอีกฝ่าย แต่ก้รู้ใช่มั้ยว่าฉันก็บอบช้ำไม่ต่างกับเธอเลย เวลาและความพยายามของเราไม่สูญเปล่าไปหรอก เพระอย่างน้อย มันก็ทำให้เรารู้ว่าส่วนโค้งของเรามันโค้งแค่ไหน ส่วนเว้าของเรามันลึกเท่าไหร่ และเราควรจะหาจิ๊ซอว์รูปร่างแบบไหน มาเติมเต็มช่องว่างที่เราขาดไป ร้องไห้อยู่ตรงนั้นเถิด แล้วทิ้งความโศกเศร้าทั้งหมดไว้ตรงนั้น เมื่อเธอแข็งแรงดีแล้ว เธอจงตามหาจิ๊กซอว์ที่ถูกสร้างมาให้อยู่ข้างๆเธออย่างแท้จริง ถึงวันนั้นเธอคงเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดในวันนี้"

จิ๊กซอว์ตัวใหญ่จากไป แต่เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปร่องรอยบอบช้ำและเสียงร้องไห้ของตัวจิ๊กซอว์มากมาย ยังคงแว่วจากทุกจุดทั่วโต๊ะ

สุดท้ายแล้ว...จิ๊กซอว์ของภาพชื่อความรักนี้จะถูกประกอบเป็นรูปที่สมบูรณ์สวยงามได้หรือไม่...ไม่มีใครรู้

และถึงตอนนี้...จิ๊กซอว์ตัวเล็กผู้น่าสงสารตัวนั้นจะเข้าใจสิ่งที่จิ๊กซอว์ตัวใหญ่พูดหรือยัง...ไม่มีใครรู้

ยิ่งไปกว่านั้นคำพูดของจิ๊กซอว์ตัวใหญ่ทั้งหมดคือความจริงหรือเป็นเพียงข้อแก้ตัว...ยิ่งไม่มีใครรู้

....เมื่อไหร่จะมีใครรู้....

ตำนานความรักที่ทรงพลังของ "นนทิยา พุทธาโภคาทรัพย์" กับ "
ดีเจโจ้-อัครพล ธนะวิทวิลาส"
ใกล้ดำเนินมาถึงบทที่ทั้งคู่เริ่มต้นชิตครอบครัวอย่างมีความสุข
แต่เพียงไม่กี่เดือน รอยยิ้มถูกแทนที่ด้วยคราบน้ำตา
งานมงคลกลายเป็นงานศพ ความฝันของผู้หญิงคนหนึ่งพังทลายลงชั่วพริบตา

" แม้เวลาจะผ่านมา 9 ปีแล้วก้อตาม
แต่จุ๊บยังจำวันแรกที่เจอกับพี่โจ้ได้ไม่ลืม
เราเจอกันในงานคอนเสิร์ตของนาวิน ต้าร์ เขาหันมามองจุ๊บ
ยังจำดวงตาคู่นั้นได้เลยว่าสวยมาก เพื่อนแอบให้เบอร์จุ๊บกับพี่โจ้
ซึ่งสมัยนั้นเป็นเพจเจอร์ เขาส่งข้อความมาหลายครั้ง
กระทั่งจุ๊บยอมไปทานข้าวด้วย""แล้วจุ๊บก้อหลงรักเขาโดยไม่มีเงื่อนไขว่า
แฟนฉันต้องหล่อหรือรวย เพราะจุ๊บรักทุกอย่างที่เป็นพี่โจ้ รักเสียง
รักรอยยิ้ม รักดวงตาคู่นั้น เขาเรียกจุ๊บว่าหนู
จุ๊บก้อเรียกเขาว่าที่รัก

แม้ตอนแรก คุณพ่อคุณแม่จะไม่ชอบ
แต่ความจริงใจที่เขามีให้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
ประกอบกับเป็นคนมีจิตใจดี
พี่โจ้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจุ๊บโดยปริยาย"

" เราตกลงกันว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านเป็นเรือนหอ
ช่วงนั้นอะไรประหยัดได้ก้อช่วยกันประหยัด
เวลาพี่โจ้มารับที่บ้านคุณแม่ทำข้าวใส่กล่องเตรียมไว้ให้
ระหว่างทางจุ๊บจะป้อนข้าวพี่โจ้
หรือเสื้อผ้าพี่โจ้ก้อจะเอามาซักที่บ้านจุ๊บ จะได้ประหยัดค่าซักรีด
กินข้าวนอกบ้านเรียกว่านับครั้งได้
เพราะแค่ซื้อน้ำส้มสักแก้วยังคิดแล้วคิดอีก
กระทั่งพี่โจ้เริ่มมีชื่อเสียงและเข้าหุ้นกับพี่เอก-กฤษณา วารินทร์
เปิดบริษัท มหัศจรรย์งานโชว์ แม้รายรับมากขึ้น
แต่ก้อมีปัญหาจุกจิกให้แก้ไขตลอดเวลา แต่เราจับมือสู้ไปด้วยกัน
เขามักบอกให้จุ๊บชื่นใจเสมอว่า หนูเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่มีวันนี้"

" ในที่สุดความฝันก้อเป็นจริง
เราซื้อบ้านด้วยเงินสดที่พยายามอดออมกันมา
ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน
ตกแต่งบ้านด้วยกัน วาดโครงการว่าปลายปี 49 แต่งานแล้วจะมีลูกทันที
ตั้งชื่อไว้เสร็จสรรพ ซึ่งจุ๊บหวังว่าจะเป็นเจ้าสาวของพี่โจ้ตลอดเวลา
รอคอยวันนั้นอย่างตื่นเต้น ซื้อหนังสือแต่งงานทุกฉบับ
เราสองคนช่วยกันเลือกชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าว เลือกแหวน เลือกสถานที่
เตรียมงานมาเป็นระยะ"

" จนเมื่อปลายปีที่แล้วเราตั้งใจไว้ว่า ทำงานเหนื่อยมาทั้งปี
ไปเที่ยวฮ่องกงกันดีกว่า แต่พี่โจ้มีอาการท้องเสียไม่หยุด
ร่างกายอ่อนเพลียมาก จุ๊บพาพี่โจ้ไปหาหมอ หมอคลำที่ท้อง ปรากฏว่าตับโต
พออัตราซาวนด์ พบก้อนเนื้อที่ตับประมาณ 10 เซนติเมตร
ถ้าเทียบกับเนื้อที่ตับที่มีอยู่ 16 เซนติเมตร ถือว่าค่อนข้างใหญ่
หมอบอกว่าเป้นมะเร้งอยู่ในระยะที่ไม่มากไปไม่น้อยไป
สันนิษฐานว่าเป็นมาเกือบปี แต่ไม่ถึงกับต้องให้คีโม
ซึ่งพี่โจ้ไม่อยากรักษาด้วยคีโมบำบัดอยู่แล้ว
ความที่เขาเป็นโรคตับอักเสบอยู่ก่อนแล้ว
หมอจึงไม่กล้าเสี่ยงตัดตับให้ทันที กลัวอาการจะทรุดหนักกว่าเดิม
ต้องสกัดตัวมะเร็งให้ฝ่อลงก่อนจึงค่อยตัดชิ้นเนื้อที่เสียออก"

" เราทั้งสองคนยืนรับฟังประโยคนั้นด้วยกัน ใจพี่โจ้สุดยอดมาก
ถามหมอเลยว่าผมจะอยู่ได้อีกกี่เดือน ถ้าอยู่ได้ไม่นาน
ผมจะใช้ชีวิตอยู่กับแฟนให้เต็มที่ หมอบอกว่า " สู้ได้ครับคุณโจ้"

ขณะที่จุ๊บร้องไห้ รับไม่ได้ พี่โจ้กอดจุ๊บ บอกว่าห่วงหนู
จุ๊บบอกว่าไม่ต้องห่วง " เราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย ถ้าที่รักตาย
หนูจะตายตามไปด้วย เราจะจับมือเดินไปด้วยกัน" พี่โจ้ร้องไห้ บอกว่า "
ชีวิตจริงทำอย่างนั้นไม่ได้ อยู่เพื่อสานฝันให้พี่
ถ้าหนูบอกว่าพี่ไม่เป็นอะไร พี่ก้อจะไม่เป็นอะไร" "
พี่โจ้อยู่โรงพยาบาล 3
วันจากบ้านที่เตรียมไว้เป็นเรือนหอก้อใช้เป็นที่พักฟื้นของพี่โจ้
ตอนนั้นจุ๊บย้ายมาอยู่ด้วย ไม่แคร์แล้วว่าต้องแต่งก่อนไหม
คุณพ่อคุณแม่พี่โจ้มาจากเชียงใหม่อยู่ดูแลด้วย
เอฟเฟ็คท์จากฤทธิ์ยาทำให้พี่โจ้ผอมลง เหนื่อยง่าย ผมร่วงเล็กน้อย

แม้อากู๋-ไพบูลย์ พี่ฉอด-สายทิพย์ และพี่ไก่-สมพล
จะให้หยุดรักษาตัวก่อน
แต่ความที่เขาทำงานมาตลอดก้อแอบไปอัดสปอตสั้นๆบ้าง อัดเกมวัดดวงบ้าง
ยังขำๆฮาๆได้ ทุกคนจึงเชื่อว่าเขาต้องหาย" "
ระหว่างนั้นพี่โจ้ไปตรวจเช็คอาการและทานยาตามปกติ
เขาบอกว่าอย่างไรมะเร็งก้อไม่เล็กลงหรอก
ขณะที่จุ๊บยังหวังว่าพี่โจ้ต้องหายอยู่ทุกเวลา ทุกนาที
หมอทางเลือกที่ไหนดี จุ๊บพาไปรักษาทุกที่
ขณะเดียวกันเราก้อใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
พระที่ไหนศักดิ์สิทธิ์ จุ๊บตามไปไหว้อีก ตระเวนทำบุญ 9 วัดเกือบทุกวัน
ปล่อยปลาเยอะมาก แต่ความที่พี่โจ้เป็นมาก

พอเข้าเดือนที่สอง อาการเริ่มทรุดลง แน่นท้องทานข้าวได้น้อยลง
เพราะตับทำงานแย่ลง มีภาวะน้ำท่วมปอดและหัวใจร่วมด้วย
ต้องไปให้หมอเจาะเอาน้ำออก เขาเริ่มเดินไม่ถนัด
จากที่เคยไปทำบุญด้วยกันก้อเริ่มอยู่บ้านดูทีวี
จุ๊บไม่อยากให้เขาดูทีวีมาก เพราะถ้าสมองรับคลื่นกระแสไฟฟ้ามากๆ
จะไม่ดีกับคนเป็นมะเร็ง เขาก้ออ่านหนังสือ "เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน"
บอกอ่านแล้วจะได้ปลง"

" จุ๊บไหว้พระทุกวัน ขอให้สิ่งศักดิ์คุ้มครอง
ถ้าหากถึงวันที่ที่ต้องแลกชีวิตกันจริงๆ ก้อขอให้เอาจุ๊บไปแทน
เพราะถ้าพี่โจ้อยู่ยังทำอะไรให้กับคนรอบข้างอีกเยอะ จุ๊บยอมเสียสละ
แขน ขา หัวใจ ตับ หรืออะไรก้อได้ ขออย่างเดียวให้ได้มองหน้าพี่โจ้
ได้กอดเขาไปนานๆ พยายามม่ร้องไห้ให้พี่โจ้เห็น
แต่...บางครั้งก้อห้ามใจตัวเองไม่ได้ เขามักบอกว่า...ร้องไห้อีกแล้ว
เดี๋ยวก้อร้องด้วยเลย
จุ๊บบอกว่าร้องเพราะ...ความปลื้มปิติว่าที่รักจะหายแล้ว....ดีใจว่าสิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้"

" ไม่มีปาฏิหาริย์.....ไม่มีความมหัศจรรย์....ล่วงเข้าเดือนที่สาม
พี่โจ้เริ่มทานข้าวไม่ได้ ตัวซีด เหนื่อยหอบ จุ๊บพาไปหาหมอ
คิดว่าให้เลือด น้ำเกลือแล้วก้อกลับบ้าน
แต่....หมอส่งตัวพี่โจ้เข้าห้องไอซียู สวนท่อเพื่อฟอกเลือด
เอาของเสียออก สามวันแรกพี่โจ้ยังร่าเริง พยาบาลบอกว่าพี่โจ้สุภาพมาก
ไม่เอะอะ โวยวายหรืออาละวาดดึงสายออก จากวันนั้นด้วยฤทธิ์ยา
พี่โจ้มีอาการ สะลึมสะลือ พูดได้เป็นคำๆ จนกระทั่ง..ไม่รู้สึกตัวเลย
จุ๊บขออนุญาตหมอเข้าไปนอนเฝ้าในห้องไอซียู
จับมือเขาไว้ตลอดเวลา...กอด..หอม....สวดมนต์ให้ฟัง
เพราะอย่างไรก้อมีความหวังว่าพี่โจ้ต้องหาย...ตกค่ำความดันพี่โจ้ค่อยๆตกจาก
100 มาอยู่ที่ 68 ขณะที่ระดับของออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 68
ซึ่งถือว่าโคม่าแล้ว แต่หัวใจเขายังเต้นอยู่"

" ขณะนั้น พวกญาติๆ เริ่มลูบหัวพี่โจ้สั่งลากัน
จุ๊บทนเห็นภาพนั้นไม่ได้.. "
อย่าพูดแบบนั้น...อย่าพรากคนรักไปจากจุ๊บ..." จุ๊บกอดพี่โจ้แน่น
กราฟหัวใจของพี่โจ้กลับเต้นขึ้นมาใหม่ถึง 300 แต่หลังจากนั้นแป๊ปเดียว
กราฟหัวใจก้อตกไปที่ศูนย์....จุ๊บกรี๊ดเหมือนคนบ้า...ไม่ยอมกลับบ้าน...ร้องไห้จะตามไปนอนกับพี่โจ้ในห้องเย็น
พี่สาวบอกว่ากลับบ้านเถอะ เรียกโจ้กลับบ้านด้วย
แม้ตัวไม่อยู่แต่วิญญาณเขายังอยู่
ก่อนเข้าบ้านจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทาง ขอให้พี่โจ้เข้าบ้านด้วย"

" วันรดน้ำศพ จุ๊บร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด
ผู้ใหญ่เข้าใจถึงความรักเรา แนะนำว่าให้เอาขี้เถ้าทำตำหนิไว้
เผื่อเจอหน้ากันจะได้จำหน้าได้ จุ๊บทำตามแล้วสวมแหวนให้
จับมือพี่โจ้ขึ้นพนมร่วมกัน บอกว่า "
สัญญาน่ะว่าชาติหน้าเกิดมาจะรักกันอีก และอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า
อย่าให้โรคภัยไข้เจ็บมาพรากเราจากกันอีก"

วันเผาศพ จุ๊บร้องไห้จนตาช้ำ
วินาทีที่ไปส่งพี่โจ้ไม่รู้จะมีคำพูดอะไรบรรยายความรู้สึกได้มากกว่าคำว่า
" สาหัสทรมาน" พี่ฉอดกอดจุ๊บบอก "พี่เขาไปดีแล้ว"
จุ๊บตะโกนไปอย่าไม่รู้ตัวว่า " อย่าให้เขาเอาพี่โจ้ของเราไป"
แล้วก้อเป็นลม ถึงเวลาเก็บกระดูก
เสียงพระสวดบังสุกุลตายแล้วต่อด้วยบังสุกุลเป็นดังอยู่ข้างๆ
จิตใจดีขึ้น ไม่ร้องไห้ รู้สึกว่าพี่โจ้ตายไปเดี๋ยวก้อมาเกิดใหม่" "
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
ความทรงจำทุกอย่างที่มีกับพี่โจ้กำลังฆ่าจุ๊บ....เพราะทุกอย่างที่เคยมีพี่โจ้ทั้งนั้น
ออกจากบ้านไปได้แค่หน้าปากซอย
ยิ่งเห็นพี่สาวกับพี่เขยไปเที่ยวกันแล้วยิ่งสะเทือนใจ
เพราะเมื่อก่อนพี่โจ้พาจุ๊บไปกินข้าว เสาร์อาทิตย์ไปเดินจตุจักร
ทุกวันจุ๊บทำกับข้าวรอพี่โจ้กลับจากที่ทำงาน ทานข้าวเสร็จไปดูหนัง
แต่ตอนนี้เหมือนรออะไรอยู่ไม่รู้ ไม่มีจุดหมาย"

" ทุกคืนจุ๊บต้องกินยานอนหลับอย่างแรง แต่ทุกๆตีสามต้องตื่น
มีความรู้สึกเหมือนถูกสัมผัสเบาๆที่ปลายเท้า
เชื่อว่าต้องเป็นพี่โจ้แน่ๆ
เพราะเขาชอบตื่นมาดูบอลแล้วก้อหอมแก้มบอกรักน่ะ
ตั้งแต่นั้นความทุกข์จึงกลายเป็นความสุข...กับการตื่นตีสามและรอคอยตอนเช้า
เพื่อจะได้ใส่บาตรให้พี่โจ้
สิ่งเหล่านี้ช่วยเยียวยาจิตใจให้รู้ว่าพี่โจ้ยังอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา
ทุกวินาทีที่จุ๊บทำอะไรจะเรียกพพี่โจ้ตลอด
มีบอลก้อเอาอัฐิมาตั้งดูทีวีด้วยกัน บางทีก้อคิดว่าทำไมต้องทำแบบนี้
นั่งคุยกับรูป..กับอัฐิ... แต่นี้คือความจริงที่ต้องเผชิญ
แม้ขณะนี้ญาติๆ จะมาอยู่เป็นเพื่อน
แต่สักวันทุกคนต้องแยกย้ายกับไปดำเนินชีวิตตามปกติ
เหลือจุ๊บที่ต้องอยู่บ้านนี้เพียงคนเดียว
เพราะฉะนั้นต้องพยายามทำตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้
แต่จะไม่พยายามทำใจเด็ดขาดว่าพี่โจ้ไม่อยู่แล้ว"

" ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่โจ้ไม่คิดว่าตัวเองจะไปเร็วขนาดนี้
จนไม่ทันได้เตรียมอะไรไว้ให้ มีแต่บ้านหลังนี้กับคอนโด และรถ
ระหว่างเราจะเป็นความฝันที่ร่วมสร้างด้วยกันเสียส่วนมาก
ซึ่งจุ๊บต้องสานต่อ พี่โจ้รักพ่อแม่มาก
ตั้งใจว่าจะรับหน้าที่เลี้ยงดูพ่อแม่พี่โจ้แทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
บริษัท มหัศจรรย์งานโชว์
แม้จุ๊บจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ตอนที่พี่โจ้อยู่....แต่ต้องทำต่อไป..." "
ไม่อยากให้พี่โจ้เป็นแค่ความทรงจำแล้วสักวันก้อจางหาย....อยากให้พี่โจ้เป็นความรู้สึกดีๆที่อยู่ใกล้ๆทุกๆคน...ตลอดไป......"